Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ศูนย์บริการฯจะใส่ใจในทุกรายละเอียดของการทำงาน  
 
 
 

 

 

การคิดค่าระวางเรือ หรือ ค่า Freight


          การคิดค่าระวางเรือ หรือ ค่า Freight ของสินค้าขาเข้า ขาออก (2 Pages)

เนื่องจากในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะใช้การขนส่งทางทะเลด้วยเรือประเภท Container Ship จึงควรเข้าใจถึงลักษณะและประเภทของ Container ซึ่งจะเป็น Durable Packing เป็นลักษณะตู้ทำด้วย
เหล็กหรืออลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุตซึ่งบริษัทเรือจะต้องเป็นผู้เตรียมตู้ Container
โดยผู้ที่จะใช้ตู้จะต้องทำการจองตู้ โดยเอกสารที่เรียกว่า Shipping Particular หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าใบ Booking  ซึ่งรายละเอียดจะต้องคล้องจองกับ Letter of Credit (L/C) ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการเป็นใบรับสินค้า
ของตัวแทนบริษัทเรือ จะเรียกว่า Bill of Lading (B/L) หรือใบตราส่ง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการเป็น
เอกสารในการเรียกเก็บเงินจากทางธนาคาร ซึ่งเรียกว่า Bank Negotiated Process ในการซื้อขายสินค้า
ระหว่างประเทศคู่ค้า จะต้องมีการตกลงว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายสินค้า จะเป็นคนจ่ายค่าระวางเรือที่เรียกว่า Freight Charge หากผู้ขายสินค้าเป็นผู้ชำระก็เรียกว่า Freight Prepaid หากจะให้ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระค่าระวางเรือ
เมื่อถึงปลายทาง ก็เรียกว่า Freight Collect
การคิดค่าระวางเรือ (Freight Charge Basic)
1. Weight Ton คำนวณจากน้ำหนักสินค้าที่บรรทุกและจะมีอัตราการคิดที่แตกต่างกันตามแต่ละประเภทของ
สินค้า
2. คำนวณจาก Measurement (ใช้มาก) โดยคำนวณจากปริมาตรของสินค้า คือ เป็นการวัดขนาดของ
สินค้าเป็นการวัดขนาดของสินค้ากว้าง x ยาว x สูง คำนวณออกมาเป็น ลูกบาศก์เมตร (M3 หรือ CBM) แต่ทั้งนี้จะต้องมีการชั่งน้ำหนัก โดยเปรียบเทียบว่า  หากน้ำหนัก (Weight Ton) สูงกว่าก็จะคิดค่าระวาง
จากน้ำหนัก
3. การคำนวณจาก V (Ad Valorem Goods) คือ Degree ที่สินค้ามีราคาสูง ถึงแม้ว่าจะมาปริมาตรน้อย น้ำหนักไม่มาก แต่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การคิดค่าระวางก็จะคิดเพิ่มอีก3-5 เท่า ของมูลค่าสินค้า
4. ค่าระวางพิเศษ Surcharge ได้แก่ ค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีการเรียกเก็บเพิ่มเติมจากค่าระวางเรือพื้นฐาน จะเรียกเก็บในกรณี เช่น ภัยสงคราม (War Risk Surcharge), ช่วงที่มีการส่งออกจำนวนมาก ทำให้พื้นที่บน
เรือหนาแน่น (Peak Season Surcharge), ค่าใช้จ่ายเนื่องจากความแออัดของท่าเรือ (Congestion Surcharge)
Terminal Handling Charge : THC เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการ ขนถ่ายสินค้าทั้งต้นทางและปลายทาง ได้แก่ การใช้เครนที่เรียกว่า Top คือ ค่าภาระ , ค่าลากตู้สินค้า
Bunker Adjustment Factor : BAF เป็นค่าระวางพิเศษ ชดเชยภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ด้านน้ำมัน ซึ่งทำให้บริษัทเรือมีต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าต้นทุนปกติ ก็จะมีการเรียกเก็บค่า
BAF หรือที่เรียกง่ายๆว่า Bunker Charge
Currency Adjustment Factor : CAF เป็นค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยค่าระวางเรือส่วนมากเก็บ
เป็นเงิน USD
Congestion Surcharg เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษเนื่องจากความแออัดในท่าเรือเป็นค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการไม่ดี
Bill of Lading Charge : B/L Charge ค่าออกใบตราส่ง เป็นค่าธรรมเนียมในการที่บริษัทเรือต้องจัดพิมพ์ใบ
Bill of Lading ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการแสดงสถานภาพ (Status) ว่าสินค้าได้มีการขนส่ง
AMSC : Advance Manifest Security Charge เป็นค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทเรือต้อง Input Data 24 ชั่วโมง
ก่อนการขนถ่ายสินค้า การส่งมอบสินค้าขาเข้าที่มากับเรือคอนเทนเนอร์ของตัวแทนสายเดินเรือบทบาท
และหน้าที่ในการส่งมอบสินค้าขาเข้าของตัวแทนสายเดินเรือ มีรายละเอียดตามตารางดังต่อไปนี้

TERM OF LOADING

บทบาทหน้าที่

 

 

CFS. (Container Freight  Station)

• นําตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือ

• นําสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์

• ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้นําเข้า ณ ท่าเรือนําเข้า    

  หรือนําสินค้าเข้าเก็บในคลังสินค้าของท่า

  เทียบเรือ

 

CY (Container Yard)

• นําตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือ

• ส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ให้แก่ผู้นําเข้า ณ

  ท่าเรือนําเข้า

                                                                                                           Page 2

กรณีที่ท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามปัญหาของการนำเข้าและส่งออกสินค้า  สามารถติดต่อสอบถาม
รายละเอียดได้ที่ โทร.02-350-2512-6  ทางศูนย์บริการยินดีที่จะให้คำปรึกษา บริการตอบปัญหาต่างๆโดยผู้ชำนาญการ
ด้วยความเต็มใจ.

                                                                       

  HOME ABOUT US SERVICES CONTACT GALLERY SITE MAP 05-Oct-2011 9:32 AM