Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ศูนย์บริการฯจะใส่ใจในทุกรายละเอียดของการทำงาน  
 
 
 

 

 

รายละเอียดที่ผู้ส่งออกควรทราบในการจองเรือ
       


รายละเอียดที่ผู้ส่งออกควรทราบในการจองเรือ

1. การรับผิดชอบค่าขนส่ง  ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
ผู้ส่งออกเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง
ผู้ส่งออกเป็นผู้จองเรือเอง ผู้ส่งออกจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้าเมื่อ ผู้ส่งออกได้ส่งมอบสินค้าข้าง
กาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นผู้ส่งออกจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ  และจะ
ต้องคิดรวมกับราคาค่าสินค้า  ซึ่งใน Proforma Invoice ต้องระบุ Term การขนส่งเป็น CFR หรือ CIF
และตามด้วยท่าเรือปลายทาง  ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความรับผิดชอบ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
และ ความเสี่ยง ผู้ส่งออกหมดภาระต่อเมื่อสินค้าไปถึงท่าเรือปลายทาง  ในส่วนของผู้นำเข้าจะรับผิดชอบ
นับตั้งแต่ยกสินค้าลงจากเรือที่ท่าเรือปลายทาง จนกระทั้งถึงโรงงาน  รวมทั้งในเอกสาร Bill Of Lading
(B/L) หรือ ใบตราส่งสินค้าทางเรือ ต้องระบุ Freight Collect ลงในเอกสารด้วย ซึ่งเป็นข้อความยืนยันว่า
ค่า Freight ถูกจ่ายแล้ว ณ ต้นทาง
ผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง
ในกรณีที่ผู้นำเข้าเป็นผู้จองเรือเอง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากท่าเรือต้นทาง และ ความเสี่ยง  จนกระทั่งถึง
ท่าเรือปลายทาง จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้นำเข้า ส่วนผู้ส่งออกจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากโรงงาน
จนถึงท่าเรือต้นทาง  และใน  Proforma Invoice จะระบุ Term การขนส่ง เป็น FOB และตามด้วยท่าเรือ
ต้นทาง รวมทั้งในเอกสาร Bill Of Lading (B/L) หรือ ใบตราส่งสินค้าทางเรือ ต้องระบุ Freight Prepaid ลงในเอกสารเช่นกัน  ซึ่งเป็นการยืนยันว่า Freight จะจ่าย ณ ประเทศปลายทาง
2. ประเทศปลายทาง , ท่าเรือปลายทาง   หรือ สถานที่ส่งมอบสินค้า ณ ประเทศปลายทาง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
Port to Port
คือ ขนส่งจากเมืองท่าในประเทศไทย ถึง เมืองท่าประเทศประเทศปลายทาง  ในกรณีนี้
ผู้ส่งออกต้องทราบว่า เมืองท่าปลายทางที่ขนส่งสินค้าไปนั้นชื่ออะไร โดยระบุไว้อย่างชัดเจนใน Proforma
Invoice  ซึ่งผู้ส่งออกสามารถขอข้อมูลส่วนนี้จากลูกค้าปลายทางได้เลย หรือ ในกรณีของผู้นำเข้า ต้องให้ผู้
ส่งออกระบุ ท่าเรือต้นทางอย่างชัดเจน เพราะมีผลต่อค่าใช้จ่ายในเรื่องของ ค่าระวางเรือ ในกรณีที่ Term
การขนส่งเป็น FOB
Door to Door คือ การขนส่งสินค้าจากโรงงานของผู้ส่งออกจนถึงสถานที่รับมอบสินค้า ณ ประเทศปลาย ทางหรือ ในกรณีนำเข้า ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบตั้งแต่โรงงานของผู้ส่งออก จนกระทั่งโรงงานของผู้นำเข้า
เอง  ซึ่งในรายละเอียด ผู้นำเข้า หรือ ผู้ส่งออกต้องแจ้งซื่อที่อยู่ ณ ต้นทาง หรือ ปลายทางอย่างชัดเจน
3. ประเภทของสินค้าที่จะส่งออก  ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
General Goods 
สินค้าทั่วไป  เป็นสินค้าที่ไม่เกิดอันตรายในระหว่างการขนส่ง  ซึ่งถ้าเป็นสินค้าทั่วไปจะ
สะดวกในการขนส่ง หรือ เป็นสินค้าที่ไม่ทำให้สินค้าตัวอื่นเกิดความเสียหาย เมื่อมีการขนส่งร่วมกับผู้อื่น
ซึ่งอัตราของค่าขนส่งจะคิดในอัตราปกติทั่วไป
Dangerous Goods สินค้าอันตราย  เป็นสินค้าที่มีโอกาสเกิดอันตรายในระหว่างการขนส่งได้ ซึ่งสินค้า
อันตรายจะมีระดับของความอันตราย ระบุอยู่ใน MSDS (Material Safty Data Sheet)  ผู้ส่งออกต้องมี
เอกสารตัวนี้ประกอบในการจองเรือก่อนเสมอ  เพราะ MSDS เป็นเอกสารประกอบที่สำคัญของสินค้า
อันตรายซึ่งอัตราค่าขนส่งจะสูงกว่าสินค้าทั่วไป 2 – 3 เท่า  หากไม่มีเอกสารตัวนี้ประกอบ ทางสายเรือ
จะไม่รับจองเรือ
4. จำนวน และ ขนาดของสินค้าที่จะส่งออก
ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า ควรทราบขนาดของสินค้า หรือขนาดของหีบห่อ หรือ น้ำหนัก ซึ่งจะมีผลต่อ
การคิดค่าระวางเรือ (Freight Charge) ซึ่งการคำนวณค่าระวางเรือมีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน
โดยคำนวณจากปริมาตรของสินค้า กว้าง x สูง x ยาว  หรือ คำนวณจากน้ำหนักของสินค้า (Weight Ton)
น้ำหนักของสินค้าที่บรรทุกจะมีอัตราการคิดที่แตกต่างกันตามประเภทของสินค้า
5. สินค้าพร้อมเมื่อใด
ในกรณีของการส่งออก ผู้ส่งออกควรทราบระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการสินค้า เพื่อมาคำนวณเวลาในการผลิต
และ คำนวณระยะเวลาของการขนส่ง เพื่อลดความผิดพลาดในเรื่องของการส่งมอบสินค้าล่าช้า  ซึ่งสิ่ง
เหล่านี้อาจมีผลต่อการซื้อขายในครั้งต่อไป
ในกรณีของการนำเข้าสินค้า  ผู้นำเข้าควรแจ้งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก  ว่าต้องการให้สินค้ามาถึงในระยะเวลา
ที่ต้องการ  เพื่อนำสินค้ามาขายต่อ หรือนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอย่างต่อเนื่อง  ระยะเวลาการส่งมอบ
สินค้าผู้ส่งออกและผู้นำเข้าควรทราบ  และควรแจ้งกับผู้จองเรือ เพื่อหาเรือที่มี Schedule การเดินเรือให้
ใกล้เคียงที่ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าต้องการมากที่สุด
                                                                                                      
กรณีที่ท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามปัญหาของการนำเข้าและส่งออกสินค้า  สามารถติดต่อสอบถาม รายละเอียดได้ที่ โทร.02-350-2512-6  ทางศูนย์บริการฯยินดีที่จะให้คำปรึกษา บริการตอบปัญหาต่างๆโดยผู้ชำนาญการ
ด้วยความเต็มใจ.

                                                                           

  HOME ABOUT US SERVICES CONTACT GALLERY SITE MAP 05-Oct-2011 9:32 AM